Cryo-Fit สลายไขมัน ด้วยความเย็น ลดลดสัดส่วน ไม่ต้องดูดไขมัน

ปัญหาไขมันส่วนเกินคงเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของสาวหลายๆคน ทั้งปัญหาผิวเปลือกส้ม ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัดหรือศัลยกรรมใดๆเลย นั่นก็คือ การสลายไขมันด้วยความเย็น หรือ Cryolipolysis

Cryolipolysis คือเทคโนโลยีที่ใช้ความเย็น (ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง) ทำลายเซลล์ไขมันใต้ผิวเฉพาะที่ แบบไม่เจ็บตัว ไร้บาดแผล ภายใต้การทำงานในระยะเวลาที่เหมาะสมทำให้เซลล์ไขมันแข็งและตายในที่สุด ชั้นไขมันจึงบางลงหลังถูกทำให้ตายไปจะไม่ถูกสร้างขึ้นใหม่หรือกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก การกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้จึงทำให้ลดจำนวนเซลล์ไขมันให้หายออกไปจากร่างกายเราคล้ายการดูดไขมัน ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย รวมถึงองค์การอาหารและยา (KFDA) ของประเทศเกาหลีอีกด้วย

หลักการทำงานของเครื่อง Cryo-Fit

ปกติการลดน้ำหนักโดยควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือกระชับสัดส่วนด้วยทรีทเม้นต์ทั่วๆ ไปนั้น ไม่สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันลงได้ เพียงแต่เปลี่ยนขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลง หากอ้วนขึ้นเซลล์ไขมันเหล่านั้นพร้อมที่จะขยายขนาดขึ้น

ภายใต้หลักการทำงานที่ทำให้เกิดกระบวนการไครโอไลโปซิสของไครโอฟิท เริ่มต้นโดยปล่อยความคลื่นความเย็นผ่านแอพพลิเคเตอร์ด้วยแรงดูดที่เหมาะสมลงสู่ชั้นใต้ผิว ควบคุมรักษาระดับความเย็นไว้ที่ -3 ถึง -9 องศา ระยะหนึ่ง (การปรับความเย็นขึ้นกับพื้นที่ที่ทำ) จนเซลล์ไขมันแข็งตัวเกิดกระบวนการตายอย่างธรรมชาติของเซลล์ไขมัน โดยมีระบบน้ำเหลืองช่วยกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อจำนวนเซลล์ไขมันลดลง ไขมันใต้ผิวหนังจึงบางลง สามารถลดจำนวนเซลล์ไขมันบริเวณที่รักษาได้ จึงทำให้เซลล์ไขมันหายออกไปจากร่างกายโดยไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่ต้องการการพักฟื้นใดๆ และปลอดภัยสูง วิธีนี้ไม่ส่งผลกระทบกับเซลล์ข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นผิว เส้นเลือด เส้นประสาท หรืออื่นๆ

หลังการทำ Cryo-Fit

วิธีกำจัดไขมันวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่มีการบาดเจ็บใด ๆ ไม่ต้องพักฟื้น ดังนั้นผู้เข้ารับการรักษาจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันทีหลังการทำการรักษา ผู้เข้ารับการรักษาบางรายอาจจะสามารถรับรู้ถึงผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงใน เพียง 2 สัปดาห์แรกหลังการรักษาครั้งแรกและผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะรับรู้ได้ใน 1 ถึง 3 เดือน

ผลการรักษา

– เห็นผลได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากการรักษาไปจนถึง 3 เดือน
– ร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้เองด้วยวิธีธรรมชาติของร่างกาย
– การรักษาเน้นไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่มีการสะสมของไขมันซึ่งกำจัดยาก หรือกำจัดไม่ได้โดยการควบคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น บริเวณหน้าท้อง แผ่นหลัง บั้นเอว ข้างลำตัว ต้นแขน ต้นขาด้านในและด้านนอก รวมถึงหน้าอกที่มีไขมันส่วนเกินในผู้ชาย

ข้อแนะนำ

– ควรทำ 3-5 ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับความหนาของไขมันในร่างกาย แต่ละบุคคล
– สามารถทำห่างกันแต่ละครั้ง 3-4 สัปดาห์
– สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังทำ 2-3 สัปดาห์ และ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 2-3 เดือน
– เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรมีการควบคุมในเรื่องอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

ข้อดีของการทำ Cryo-Fit

– ใช้เวลาในการรักษาเพียง 30 – 60 นาที
– มีความปลอดภัยสูง เพราะทำลายเฉพาะเซลล์ไขมัน ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ข้างเคียง
– ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีด
– เห็นผลชัดเจน

วิธีปฏิบัติตนหลังการทำ Cryo-Fit

– เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่มีการบาดเจ็บใดๆ หลังการรักษาจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
– หลังการรักษาอาจมีรอยแดงบริเวณที่ทำ แต่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงรอยดังกล่าวจะหายไปเอง
– อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยหรืออาจไม่มีก็ได้ สามารถใช้ยาทาเพื่อลดรอยช้ำ โดยจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
– ทันทีหลังการรักษาคนไข้บางรายอาจรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์แรก
– หลังการรักษาครั้งแรกและผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะรับรู้ได้ภายใน 1 ถึง 3 เดือน หลังการรักษา

Cryo-Fit เหมาะสำหรับ...?

– ผู้ที่ต้องการลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด
– เป็นไขมันส่วนเกินที่ไม่สามารถลดได้โดยการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร
– ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือทำ Liposuction
– ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่ำ
– ผู้ที่ไม่ต้องการการพักฟื้นร่างกาย และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

Cryo-Fit ไม่เหมาะสำหรับ...?

– ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบหลอดเลือด เช่น Cryoglobulinemia หรือ Paroxysmal Cold Hemoglobinuria (PHC)
– ผู้ที่มีความไวต่อความหนาว เช่น ลมพิษ หรือโรค Raynaud
– ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
– ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ
– ผู้ที่มีภาวะไส้เลื่อน
– ผู้ที่มีประจำเดือน หรือก่อน – หลัง ประจำเดือน 7 วัน
– ผู้ที่แพ้ความเย็น หรือ มีความรู้สึกไวต่อความเย็น เช่น Cold Urticaria หรือ Raynuad’s Phenomenon
– ผู้ที่มีรูปร่างผอมมาก
– ผู้ที่เป็นไมเกรน เนื่องจากเครื่องจะกระตุ้นให้เกิดการปวดหัวมากขึ้น
– ผู้ที่ติดอุปกรณ์ใดๆ ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ และเครื่องช็อตไฟฟ้า
– สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
– บริเวณที่มีการไหลเวียนเลือดบกพร่อง
– บริเวณที่รับความรู้สึกของผิวบกพร่อง
– บริเวณที่แผลเปิดหรือติดเชื้อ
– บริเวณที่มีปัญหาโรคผิวหนัง เช่น กลาก โรคผิวหนัง หรือผื่นคัน
– บริเวณที่มีไขมันสะสมจากภายใน เช่น บริเวณหน้าท้องที่มีไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรปรึกษามาดามได้ที่ : 083-2496646 | 080-2492326 | 080-2493691
Line ID : @amedclinic  >>Line Click
Line ID : @amedhotline  >>Line Click