เสริมหน้าอก (ทำนม) อัพไซส์แบบดารา ไร้แผล

เสริมหน้าอก

การศัลยกรรมเสริมหน้าอกในปัจจุบันค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงหรือแม้แต่สาวประเภทสองก็ให้ความสำคัญกับรูปร่าง สัดส่วน ที่โค้งเว้ามีมิติมากขึ้น เพื่อให้รูปร่างสมส่วนและสามารถใส่เสื้อผ้าได้สวย มั่นใจมากยิ่งขึ้น

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

เสริมหน้าอก เหมาะสำหรับใคร…?

การเสริมหน้าอก เหมาะสำหรับผู้ที่มี หน้าอกเล็ก และต้องการเพิ่มขนาดของหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น หรือผู้ที่มีหน้าอกเล็กลงหลังการมีลูกแล้วต้องการเพิ่มขนาดให้สวยดังเดิม ผู้ที่หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน ดูไม่สวยงาม และผู้ที่ตัดเต้านมออก เช่น ตัดเต้านมออกเพราะเป็นมะเร็งเต้านม

ซิลิโคนเสริมหน้าอกคุณภาพ

เอเมด คลินิก เลือกใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกเป็นซิลิโคนมาตรฐาน ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งในประเทศไทย (อย.) และประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) การใช้ซิลิโคนที่ดี จะสามารถลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน Sebbin, Euro, Silimed, Mentor และ Allergan Natrelle เป็นซิลิโคนที่ทางเอเมด คลินิกเลือกใช้ ซึ่งผ่าตัดโดยทีมศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหน้าอก

การเลือกขนาดซิลิโคน

การเลือกขนาดซิลิโคน การเลือกขนาดซิลิโคน ที่จะใช้ก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้คำแนะนำในการเลือกขนาดเต้านม ว่าต้องการขนาดใหญ่เท่าไร ซึ่งมีตั้งแต่ 100 – 600 cc. แล้วแต่ความต้องการให้หน้าอกขนาดใหญ่ขึ้นของลูกค้า การเลือกขนาดต้องคำนึงถึงเนื้อนมว่ามีมากพอที่จะรองรับซิลิโคนได้หรือไม่ ถ้าเนื้อนมน้อย ใส่ซิลิโคนใหญ่ ก็จะทำให้คลำเจอขอบซิลิโคนได้ ทำให้ไม่เป็นธรรมชาติ

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี
เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี
เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี
เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี
เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

ความแตกต่างของผิวเต้านมซิลิโคนระหว่างผิวทรายและผิวเรียบ

เต้านมซิลิโคน จะมีลักษณะเป็นผิวทรายและผิวเรียบ การออกแบบเต้านมให้มีลักษณะขรุขระจะช่วยลดการเกิดพังผืดรัดเต้านมได้ เต้านมผิวเรียบ มีข้อดีคือ ผ่าตัดใส่ง่าย ความนิ่มคล้ายธรรมชาติ การเกิดริ้วๆ บนผิวมีน้อยกว่า แต่ซิลิโคนแบบผิวทรายก็มีข้อดีคือ เวลาใส่เข้าไปแล้วมักมีความหนืดกับเนื้อรอบข้าง ทำให้ตำแหน่งของเต้านมไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เต้านมชนิดผิวทรายควรจะนวดหลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้ว หรือไม่ต้องนวดเลยก็ได้ ส่วนเต้านมแบบผิวเรียบ สามารถเริ่มนวดได้เร็วและจะไม่ค่อยเจ็บเวลานวดมาก เหตุผลที่แพทย์แนะนำให้นวดเต้านมหลังการเสริมหน้าอกก็เพื่อลดโอกาสการเกิดพังผืดข้างในที่จะรัดซิลิโคนข้างในให้เสียรูป แต่ต้องรอให้หายเจ็บหายปวดก่อน

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

เต้านมซิลิโคน จะมีลักษณะเป็นผิวทรายและผิวเรียบ การออกแบบเต้านมให้มีลักษณะขรุขระจะช่วยลดการเกิดพังผืดรัดเต้านมได้ เต้านมผิวเรียบ มีข้อดีคือ ผ่าตัดใส่ง่าย ความนิ่มคล้ายธรรมชาติ การเกิดริ้วๆ บนผิวมีน้อยกว่า แต่ซิลิโคนแบบผิวทรายก็มีข้อดีคือ เวลาใส่เข้าไปแล้วมักมีความหนืดกับเนื้อรอบข้าง ทำให้ตำแหน่งของเต้านมไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เต้านมชนิดผิวทรายควรจะนวดหลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้ว หรือไม่ต้องนวดเลยก็ได้ ส่วนเต้านมแบบผิวเรียบ สามารถเริ่มนวดได้เร็วและจะไม่ค่อยเจ็บเวลานวดมาก เหตุผลที่แพทย์แนะนำให้นวดเต้านมหลังการเสริมหน้าอกก็เพื่อลดโอกาสการเกิดพังผืดข้างในที่จะรัดซิลิโคนข้างในให้เสียรูป แต่ต้องรอให้หายเจ็บหายปวดก่อน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเสริมหน้าอก

หลังเสริมหน้าอกสามารถให้นมบุตรได้หรือไม่ ?
หลังเสริมหน้าอกแล้ว สามารถให้นมบุตรได้ จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่า ไม่พบซิลิโคนในน้ำนมมารดาแต่อย่างใดสามารถตั้งครรภ์ได้ ให้นมลูกได้ โดยไม่มีอันตรายต่อเด็กและไม่มีอันตรายต่อแม่ แต่ในกลุ่มที่เสริมหน้าอกแล้วแผลผ่าตัดอยู่รอบๆ ปานนม อาจมีปัญหาบ้างในการให้นมบุตร นอกจากนี้ที่อาจพบได้เช่นเกิดเต้านมคัดเจ็บอักเสบ ซึ่งภายหลังอาจจะทำให้เป็นเยื่อพังผืดหดรัดได้ (Capsular Contracture) การรับประทานยาปฏิชีวนะก็จะช่วยบรรเทาอาการไปได้ แต่ทางที่ดีเมื่อรู้สึกเจ็บเต้านม หรือเริ่มมีการอักเสบของเต้านม ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบโดยทันที

ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ?
การใช้ซิลิโคนเต้านมที่ได้มาตรฐาน ไม่เพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านม แต่อย่างไรก็ตาม ควรตรวจคลำเต้านมเองเป็นระยะ และอาจตรวจ Mammogram เป็นประจำทุกปี

ลักษณะการผ่าตัดเสริมหน้าอก ?
การผ่าตัดทำโดยการให้ยาสลบแบบอ่อน ผู้ป่วยจะหลับไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กประมาณ 3 – 4 ซม. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นการผ่าตัดที่เสียเลือดน้อย มีความเสี่ยงน้อยมาก หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ หรือจะนอนสังเกตอาการ 1 คืนก็ได้

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

เสริมหน้าอก,เสริมหน้าอกที่ไหนดี,ทำนม,ทำนมที่ไหนดี,เสริมนม,ศัลยกรรมหน้าอก,ศัลยกรรมหน้าอกที่ไหนดี

ตำแหน่งของแผลผ่าตัดเสริมหน้าอก

ใต้รักแร้สองข้าง (Transaxillary)
เป็นตำแหน่งที่แพทย์ผ่าตัดนิยมเปิดแผล คือบริเวณใต้รักแร้ เพราะรอยเย็บของแผลจะถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี และจะสามารถเริ่มนวดหน้าอกได้เร็วกว่ากรณีเปิดแผลใต้ฐานเต้านมและปานนม แม้หลังทำจะเจ็บมากกว่าการเปิดแผลที่ตำแหน่งอื่นก็ตาม แต่แผลก็จะหายเร็วกว่าและสวยกว่า

ใต้ราวนม (Inframammary)
โดยแผลจะถูกเย็บซ่อนไว้ใต้ราวนม ความยาวจะขึ้นอยู่กับขนาดของซิลิโคนที่เสริม โดยมีแผลผ่าตัดจะยาวประมาณ 3 – 4 ซม. และจะใช้เวลาในการผ่าตัดที่รวดเร็วกว่า อาการเจ็บจะน้อยกว่า แต่จะไม่สามารถเสริมด้วยซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มากได้ เพราะเสี่ยงที่แผลผ่าตัดจะปริแยกขึ้นได้ หลังทำจะเริ่มนวดหน้าอกได้ช้า เนื่องจากต้องรอให้แผลหายดีเสียก่อน ซึ่งแผลจะหลบอยู่ใต้ราวนมด้านข้างยาวประมาณ 3 – 4 cm. โดยจะมองไม่เห็นแม้เวลานอน

บริเวณปานนม (Periareola)
การเปิดแผลบริเวณปานนมส่วนใหญ่ จะทำในกรณีที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกไปพร้อมกับการยกกระชับหน้าอก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องหน้าอกหย่อนยาน แต่จะเห็นแผลชัดเจน โดยมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเรื่องหัวนมชาขึ้นได้ ภายหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  1. บางรายจะมีสายระบายเลือดและน้ำเหลือง, มีการปวดระบมบริเวณหน้าอก ประมาณ 1 – 3 วัน อาจมีรอยฟกช้ำได้ในผู้ป่วยบางราย ไม่ต้องทำแผลล้างแผลใดๆ รอยจะค่อยๆ หายไปเอง
  2. หลังผ่าตัด แพทย์จะสอนวิธีนวดหน้าอกเป็นรายๆ ไปตามความเหมาะสม ส่วนใหญ่จะเริ่มนวดเมื่อไม่เจ็บแผลผ่าตัดแล้ว หลังผ่าตัดจะได้รับยาแก้ปวด แก้อักเสบฆ่าเชื้อ ซึ่งต้องรับประทานให้หมด หลังกลับบ้านแพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำหลังการผ่าตัด 7 วัน เพื่อดูแผลผ่าตัด
  3. หลังจากนี้จะแนะนำให้คนไข้ใส่ Sport Bra อีกระยะเวลา 2 – 3 เดือน เพราะว่าตัวโครงเหล็กจะกดแผล ทำให้เจ็บ และที่สำคัญโครงเหล็กจะดัน Silicone ที่เสริม ทำให้หน้าอกลอยได้
  4. ในช่วง 2 – 3 วันแรกไม่ควรขยับตัวมาก ควรใช้วิธีการเช็ดตัวในการทำความสะอาดร่างกาย สำหรับวันที่ 7 เป็นต้นไป แผลจะแห้งและสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ โดยคนไข้ไม่ต้องทำแผลเองเลย จนกว่าจะมาตรวจซ้ำตามแพทย์นัด
  5. ระยะเวลาการพักฟื้นของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่โดยทั่วๆ ไปแล้ว ในระยะเวลา 2 – 4 สัปดาห์แรก อาจจะยังไม่สะดวกมากนัก เพราะเป็นช่วงหลังผ่าตัดใหม่ๆ จะยังเจ็บและรู้สึกไม่สบายตัว ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก, ออกกำลังกายหนัก และขับรถเป็นระยะเวลา 2 – 4 สัปดาห์
  6. โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาที่แนะนำให้กลับไปออกกำลังกายหรือใช้กิจวัตรประจำวัน ได้ตามปกติคือ 4 – 6 สัปดาห์
  7. ควรเลือกรับประทานอาหาร ภายหลังการผ่าตัด เน้นผักผลไม้อาหารที่ย่อยง่าย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะอาหารบางประเภท อาจจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นได้ อาจทำให้เลือดออกจากแผลหรือเกิดการบวมของแผลขึ้นได้ ทำให้แผลหายช้า ดังนั้น ควรงดอาหารเหล่านี้อย่างน้อย 14 วัน หลังผ่าตัดหรือจนกว่าแผลจะหาย
  8. งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 – 4 สัปดาห์ เพราะนิโคตินในบุหรี่ ทำให้เลือด และ Oxygen ไปเลี้ยงแผลลดลง ซึ่งจะทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล
  9. งดดื่มแอลกอฮอล์ 1 – 2 วัน ก่อนและหลังการเสริมหน้าอก เพราะ Alcohol มีผลต่อการหายของแผล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรปรึกษามาดามได้ที่ : 083-2496646 | 080-2492326 | 080-2493691
Line ID : @amedclinic  >>Line Click
Line ID : @amedhotline  >>Line Click