ผ่าตัดยกคิ้ว,ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว,ยกคิ้ว

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว (Brow up Surgery)

ปัญหาของคิ้วนั้นมีอยู่หลายอย่าง เช่น ปัญหาเรื่องของขนคิ้วบาง คิ้วไม่ได้รูป คิ้วสั้นหรือยาวไป และปัญหาที่มักจะกวนใจหลายๆ คนอยู่เช่นเดียวกันกับปัญหาอื่นๆ ก็คือปัญหาเรื่องรูปร่างลักษณะของคิ้ว อย่างที่เราเรียกกันว่า “คิ้วตก”

ปัญหาจากการที่มีคิ้วตก นอกจากจะทำให้เขียนคิ้วลำบากแล้ว ยังทำให้เสียบุคลิก รวมไปถึงความเชื่อด้านโหงวเฮ้งอีกด้วย

ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว ถือได้ว่าเป็นเทคนิคหนึ่งในการศัลยกรรมแก้ไข เรื่องของรอยตีนกา ตาตก ตาเศร้า หนังตาตก และคิ้วตก ซึ่งแน่นอนว่ามักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมาก โดยการยกคิ้วจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นตึงขึ้น รอยตีนกาที่เคยมี และหนังตาที่เคยห้อยยานลงมาก็จะถูกยกและเลือนหายไปอย่างถาวร มาดามจะมาบอกวิธีการยกคิ้วในปัจจุบันที่แบ่งออกเป็น 3 เทคนิค คือ

เทคนิคที่ 1. Direct browlift (Brow up)

เป็นวิธีดั้งเดิมคือการกรีดตรงๆ ตรงขอบคิ้วช่วยให้ดึงคิ้วได้มาก ข้อดี คือ ทำการรักษาง่าย โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ หรือใช้เครื่องมือมาก แต่ข้อเสียก็คือจะเห็นแผลเป็นตรงคิ้วเลยอย่างเห็นได้ชัด วิธีนี้จะได้รับความนิยมในแถบคนยุโรป เนื่องจากแผลเป็นรักษาได้ค่อนข้างง่าย แต่ถ้าเป็นในแถบเอเชียเรื่องของแผลเป็นบ้านเรา รักษาได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเราเป็นคนผิวสีเหลือง-แดง ออกไปทางคล้ำเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้จะรักษาจนแผลหายดีแล้วก็ตาม ก็จะกลายเป็นแผลที่มีลักษณะสีขาวๆ ตัดกับสีผิวของเราอีกบางรายอาจจะต้องสักคิ้วเพื่อกลบปัญหาเหล่านี้ก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยไม่ค่อยนิยมทำกัน

ผ่าตัดยกคิ้ว,ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว,ยกคิ้ว
ผ่าตัดยกคิ้ว,ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว,ยกคิ้ว
ผ่าตัดยกคิ้ว,ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว,ยกคิ้ว

ผู้ที่เหมาะกับวิธีดังกล่าว คือ

  1. ผู้ที่ทำคิ้วถาวรอยู่แล้ว หรือต้องการทำคิ้วถาวร โดยแผลเป็นที่เกิดจากการดึงคิ้วสามารถซ่อนในคิ้วได้
  2. ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศในแถบหนาว เนื่องจากแผลเป็นมักเห็นไม่ชัดเจน

สำหรับวิธีการผ่าตัดในเทคนิคนี้ เรียกได้ว่าไม่ยุ่งยากมากนัก เพียงฉีดยาชา กรีดแผลตรงบริเวณขอบคิ้ว ตัดผิวหนังส่วนที่อยู่ชิดขอบบนของคิ้ว เพื่อให้คิ้วยกสูงขึ้น แล้วเย็บแผลดึงขึ้นก็เป็นอันเรียบร้อย โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน ก็สามารถตัดไหมได้ และรอแผลหายสนิทในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน

เทคนิคที่ 2. Pretrichial incision Brow Lift

เป็นวิธีที่นิยมทำกันมากในอดีต วิธีหนึ่งคือการกรีดตลอดเหนือหน้าผากขึ้นไปเหมือนที่คาดผม เพื่อที่เราจะได้ดึงคิ้วขึ้นมาได้ ทำโดยการฉีดยาชาหรือวางยาสลบ วิธีการนี้ต้องผ่าตัดดึงหน้าผากขึ้น เพื่อช่วยยกคิ้ว เหตุที่ต้องเปิดแผลยาว เพื่อที่แพทย์จะได้เห็นเส้นประสาทด้วยตาเปล่า เพื่อที่จะไม่ไปตัดโดนเส้นประสาทบริเวณอื่น ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ช่วยในการยกคิ้ว (temporal branch of facial nerve) แน่นอนว่าต้องทำการรักษากับแพทย์ที่มีความชำนาญ โดย วิธีการนี้จะช่วยลดรอยย่นบริเวณหน้าผากได้ด้วย

วิธีการนี้จะทำการผ่าตัด โดยจะมีแผลเป็นรอบศีรษะ ซึ่งสามารถเข้าไปตัดกล้ามเนื้อที่ใช้ขมวดคิ้วได้ ช่วยให้รอยย่นบริเวณหัวคิ้วดีขึ้นนั่นเอง แต่ข้อเสียของการผ่าตัดวิธีนี้คนไข้หลายรายไม่เข้าใจว่า กับแค่ต้องการแก้ไขตาตกและรอยตีนกา ต้องทำการยกคิ้วด้วยการกรีดตลอดหัวคิ้วขนาดนี้เลยหรือ ซึ่งต้องบอกว่าตำแหน่งของคิ้วสำคัญมาก คิ้วที่สวยงามควรอยู่ที่ขอบกระดูกเบ้าตาบน หางคิ้วต้องอยู่สูงกว่าหัวคิ้วเล็กน้อย ยิ่งคนอายุมาก มักจะมีปัญหาคิ้วตก สังเกตจากหางคิ้วอยู่ต่ำกว่าหัวคิ้ว ซึ่งวิธีการนี้คือศัลยกรรมดึงหน้าขนาดย่อมๆ ที่จะช่วยทำให้คิ้วยกตามขึ้นไปด้วยนั่นเอง และด้วยวิธีการนี้จะต้องเปิดแผล ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่มักจะรับไม่ได้ที่มีแผล และดูเป็นเรื่องการรักษาที่น่ากลัว คนไข้จึงไม่ค่อยนิยม

เทคนิคที่ 3. Endoscopic Brow Lift หรือ การผ่าตัดผ่านกล้อง (Endoscopic)

ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดใหม่ ซึ่งเป็นการประยุกต์โดยนำกล้องส่อง Endoscopic มาใช้ ทำให้ไม่ต้องกรีดแผลยาวเหมือนเทคนิคที่ 2 ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าแบบเดิมมาก และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น วิธีทำคือ กำหนดจุดลงแผลสำหรับส่องกล้อง 3-5 จุด โดยที่แผลเหล่านี้จะซ่อนอยู่ตามแนวไรผมขนาดประมาณ 3 ซม. ทั้งนี้จุดลงแผลจะอยู่ตรงกับตำแหน่งหัวตาและหางตาของคิ้วทั้ง 2 ข้าง ซึ่งผลที่ได้หลังการผ่าตัดยกคิ้วก็คือเป็นการยกคิ้วให้โก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตามากขึ้น

หลักการรักษาของวิธีการนี้คือต้องเลาะแยกผิวชั้นนอกให้ล่อนหลุด จากส่วนหน้าผาก โดยอาศัยเครื่องมือแพทย์ที่มีขนาดเล็กมาๆ สอดเข้าไปตามจุดลงแผล เลาะลึกถึงบริเวณใต้คิ้ว (เปลือกตาบน) ซึ่งในระหว่างที่เลาะนี้ แพทย์จะใช้เครื่องมือจัดการกับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากและกล้ามเนื้อช่วงระหว่างคิ้ว ที่ทำให้เกิดริ้วรอย ร่องลึก ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง ผิวจะเรียบตึงยิ่งขึ้น

การผ่าตัดโดยใช้กล้อง endoscopic มีข้อดีคือมีอาการบวมค่อนข้างน้อย และปัญหาเรื่องการชาบริเวณศีรษะน้อยกว่าวิธีที่ 1 เพราะมีแผลเป็นขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ต้องมีอุปกรณ์ช่วยและยกกระชับทั้งคิ้ว หน้าผาก ด้วยวัสดุแบบใหม่ที่เรียกว่า EndotineTransbleph แทนการใช้ไหมละลายทั่วไป ซึ่งมีความปลอดภัย และยังกำจัดริ้วรอยที่หน้าผากและตาที่ตกได้อีกด้วย

โดยที่ EndotineTransbleph ได้มีการใส่อุปกรณ์เย็บบาดแผลเพื่อดึงเนื้อเยื่อ อุปกรณ์ตัวนี้จะละลายกลายเป็นส่วนเดียวกับร่างกายภายในหนึ่งปี และจะได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน แน่นอนว่าทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่มีแผลเป็นน้อยกว่าวิธีอื่น และสามารถเห็นผลได้ทันที

วิธีการนี้หลังการรักษา 1-2 สัปดาห์ ก็มาตัดไหมได้ แต่อย่างไรก็ตาม บนใบหน้าก็จะมองไม่เห็นแผล แต่อาจจะมีเรื่องของอาการบวมบ้างเล็กน้อยหลังการรักษา แต่ไม่บวมมาก เนื่องจากกล้องที่ส่องไปจะค่อยๆ เลาะลงไป เรียกว่าแทบไม่ต้องพันหน้าผากอะไรเลยหลังการรักษา ส่วนระยะเวลาในการพักฟื้น บางรายรักษาเสร็จก็สามารถ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีอาการปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก้ปวดในการรักษาได้

นอกจากยังนี้มีวิธีการอื่นๆ เช่น การยกคิ้วโดยใช้การสอดไหม วิธีนี้จะสามารถยกคิ้วได้น้อย และทำให้รอยย่นที่หน้าผากเห็นชัดขึ้น เพราะเป็นการยกคิ้วขึ้น โดยที่ผิวหนังบริเวณหน้าผากไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง นอกจากนี้สามารถแก้ได้โดยไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มต่างๆ ส่วนการฉีด Botulinum toxin ไม่ได้เป็นการยกคิ้วอย่างแท้จริง เป็นเพียงการทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงานเท่านั้น

หากเปรียบเทียบใน 3 เทคนิคนี้ Direct Browlift ถือเป็นการรักษาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ส่วนวิธีการรักษาที่เห็นผล ทั้ง 3 เทคนิคได้ผลดีด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวแพทย์ที่ทำการรักษาว่ามีความถนัดและชำนาญมากน้อยเพียงใดกับวิธีนั้นๆ ส่วนใหญ่ความต่างของแต่ละวิธีจะขึ้นอยู่กับการพักฟื้น แน่นอนว่าในยุคสมัยที่วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ก็ไม่มีใครต้องการที่จะผ่าตัดใหญ่ โดยไม่จำเป็น ดังนั้น Pretrichial incision brow lift จึงค่อนข้างไม่เป็นนิยม แต่ Endoscopic Brow Lift กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแผลเล็ก พักฟื้นน้อย แต่ราคาใช้จ่ายก็สูงตามมาด้วย โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายอยู่ในหลักแสนเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าศัลยกรรมยกคิ้ว คือ การทำศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่เน้นการตัดแต่งผิวหนังบริเวณคิ้วให้สูง เพื่อแก้ปัญหาความเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก คิ้ว และดวงตา ให้ดูยกกระชับมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้า โดยรวมดูอ่อนเยาว์สดใสกว่าแต่ก่อนนั่นเอง

นอกจากนี้คิ้วที่ยกสูงพร้อมพื้นที่ตาบนที่เปิดกว้าง ยังแสดงถึงความอ่อนเยาว์ ความสดชื่น กระฉับกระเฉง โดยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการยกคิ้วจะทำเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วสามารถยกคิ้วได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เหตุที่คนไข้ต้องการดึงคิ้วในวัยนี้ เนื่องจากต้องการมีดวงตาที่หวาน โต ตาแบ๊ว หรือตากลมโต แต่มีปัญหาของคิ้วที่แคบ มีระยะห่างของคิ้วน้อย จึงดูเป็นคนตาดุ ดังนั้น จึงต้องยกคิ้วขึ้น เพื่อให้มีระยะคิ้วที่กว้างได้สัดส่วนนั่นเอง ถือว่าการยกคิ้วไม่ได้เป็นเรื่องของการแก้ไขรอยตีนกาหรือหนังตาตก เพียงอย่างเดียวแล้วในยุคนี้

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. แจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัดหากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  2. งดแอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) วิตามินอี และน้ำมันตับปลา ล่วงหน้าประมาน 1-2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. งดอาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์
  4. งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์ และหลังผ่าตัดอีก 4 สัปดาห์

การดูแลหลังจากการรับบริการ

  1. บางรายอาจจะไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ
  2. ประคบเย็นภายใน 48 ชม. หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น โดยประคบรอบๆ แผลหน้าผาก แก้ม 2 ข้าง ขมับห้ามโดนบริเวณแผล
  3. สามารถสระผมได้หลังจากการผ่าตัด 3 วัน
  4. ติดตามผลโดยเข้าพบแพทย์ตามการนัดหมาย

Review หลังการทำศัลยกรรรมผ่าตัดยกคิ้วที่เอเมด คลินิก

ผ่าตัดยกคิ้ว,ศัลยกรรมผ่าตัดยกคิ้ว,ยกคิ้ว

*ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรปรึกษามาดามได้ที่ : 083-2496646 | 080-2492326 | 080-2493691
Line ID : @amedclinic  >>Line Click
Line ID : @amedhotline  >>Line Click